กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๓๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

พ.ศ. ๒๕๓๐[๑]

                   

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  การยื่นคำขอจดทะเบียนกองทุนที่ได้จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๕ ให้คณะกรรมการกองทุนยื่นคำขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดในข้อ ๔ ต่อนายทะเบียน

 

ข้อ ๒  เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างที่ได้จัดตั้งขึ้นตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖๒ (พ.ศ. ๒๕๒๖) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก่อนวันที่พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะให้เป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนกองทุนพร้อมทั้งยื่นคำขอนำเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพดังกล่าวเข้ากองทุน กับเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดในข้อ ๔ ต่อนายทะเบียนภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และจะต้องจ่ายสมทบเข้ากองทุนทั้งหมดในครั้งเดียว

 

ข้อ ๓[๒]  เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างที่นายจ้างได้จัดสรรหรือสำรองไว้หรือที่ลูกจ้างได้สะสมไว้แยกต่างหากจากเงินอื่น ๆ เพื่อใช้จ่ายในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงาน ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะให้เป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนกองทุน พร้อมทั้งยื่นคำขอนำเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างดังกล่าวเข้ากองทุน โดยมีรายการและเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดในข้อ ๔ และตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนดต่อนายทะเบียนภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔  ทั้งนี้ ให้นำเงินเข้ากองทุนทั้งหมดในครั้งเดียวหรือภายในสิบครั้ง ตามรอบระยะเวลาบัญชี โดยแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีต้องนำเงินเข้ากองทุนอย่างน้อยเท่ากับจำนวนเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างทั้งหมดหารด้วยจำนวนปี

 

ข้อ ๓ ทวิ[๓]  (ยกเลิก)

 

ข้อ ๓/๒[๔]  กองทุนสำรองเลี้ยงชีพใดที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ แต่ยังมิได้ยื่นคำขอนำเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างเข้ากองทุนหรือได้ยื่นคำขอนำเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างเข้ากองทุนไว้แล้ว แต่ยังมิได้นำเงินทั้งหมดเข้ากองทุนหากประสงค์จะนำเงินดังกล่าวเข้ากองทุน ให้ยื่นคำขอโดยมีรายการและเอกสารหลักฐานตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนดต่อนายทะเบียนภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔  ทั้งนี้ ให้นำเงินเข้ากองทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อ ๓

 

ข้อ ๔[๕]  คำขอจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องมีรายการและเอกสารหลักฐานตามที่นายทะเบียนกำหนด โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายการและเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑) วัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอ

(๒) จำนวนและข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับลูกจ้างและนายจ้างที่ตกลงกันจัดตั้งกองทุน และรายละเอียดเกี่ยวกับเงินกองทุนเริ่มแรก

(๓) ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้สอบบัญชี

(๔) ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้จัดการกองทุนและสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างกองทุนกับผู้จัดการกองทุน

(๕) ข้อบังคับของกองทุน

 

ข้อ ๕[๖]  การยื่นคำขอจดทะเบียนกองทุนตามกฎกระทรวงนี้ ให้ยื่น ณ สำนักงานของนายทะเบียน

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒

ประมวล  สภาวสุ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ บัญญัติให้การยื่นคำขอจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อนายทะเบียนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐[๗]

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันยังมีเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างที่นายจ้างได้จัดสรรหรือสำรองไว้และหรือที่ลูกจ้างได้สะสมไว้แยกต่างหากจากเงินอื่น ๆ ที่ยังมิได้จดทะเบียนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอีกเป็นจำนวนมาก  ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มมากขึ้น จึงสมควรกำหนดระยะเวลาให้สามารถนำเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างที่มีลักษณะตามข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาจดทะเบียนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ รวมทั้งสมควรกำหนดระยะเวลาให้สามารถนำเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างที่มีลักษณะตามข้อ ๓ ดังกล่าวมาเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว  ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามประมวลรัษฎากรได้  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐[๘]

 

ข้อ ๒  กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๔๓ เป็นต้นไป

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยกำหนดให้การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติว่าด้วยการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใหม่ รวมทั้งได้มีการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนให้สามารถกำกับดูแลการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้มากยิ่งขึ้น  ดังนั้น เพื่อให้เป็นการสอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าว สมควรกำหนดให้นายทะเบียนเป็นผู้กำหนดรายการในคำขอจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดให้ยื่นคำขอดังกล่าว ณ สำนักงานของนายทะเบียน  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐[๙]

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันยังมีเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างที่นายจ้างจัดสรรหรือสำรองไว้หรือที่ลูกจ้างได้สะสมไว้แยกต่างหากจากเงินอื่น ๆ ที่ยังมิได้จดทะเบียนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือที่ยังมิได้นำเงินดังกล่าวเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จดทะเบียนแล้วเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ระยะเวลาในการจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและการนำเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้สิ้นสุดลงแล้ว และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการนำเงินดังกล่าวเข้าสู่ระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มมากขึ้น โดยมีกรอบระยะเวลาเร่งรัดการจดทะเบียน และการนำเงินเข้ากองทุน สมควรกำหนดระยะเวลาให้นายจ้างและลูกจ้างนำเงินดังกล่าวมาจดทะเบียนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือนำเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้จดทะเบียนไว้ได้  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐[๑๐]

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันยังมีเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างที่นายจ้างจัดสรรหรือสำรองไว้หรือที่ลูกจ้างได้สะสมไว้แยกต่างหากจากเงินอื่น ๆ เพื่อใช้จ่ายในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงาน ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ ใช้บังคับ ที่ยังมิได้จดทะเบียนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือยังมิได้นำเงินดังกล่าวเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จดทะเบียนไว้แล้วเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ระยะเวลาในการยื่นคำขอนำเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้สิ้นสุดลงแล้ว เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการจดทะเบียนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและนำเงินเข้าสู่ระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มมากขึ้น สมควรกำหนดระยะเวลาให้นายจ้างและลูกจ้างนำเงินดังกล่าวมาจดทะเบียนเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือนำเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วได้  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

 

 

 

 

 

 

อัมภิญา/แก้ไข

๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑

 

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๑๐๐/หน้า ๓๐๗/๒๗ มิถุนายน ๒๕๓๒

[๒] ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐

[๓] ข้อ ๓ ทวิ ยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐

[๔] ข้อ ๓/๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐

[๕] ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐

[๖] ข้อ ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐

[๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๔๐ ก/หน้า ๑๖/๒๔ กันยายน ๒๕๓๙

[๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๒๘ ก/หน้า ๓/๒๙ มีนาคม ๒๕๔๓

[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๗๖ ก/หน้า ๓/๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๗

[๑๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๓๙ ก/หน้า ๒๔/๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓